SmartZinc Z+ | Embedded Galvanic Zinc Anode ป้องกันสนิมเหล็กเสริมในคอนกรีต มอก.3029-2563
โครงสร้างที่ป้องกันการกัดกร่อนด้วย SmartZinc Z+ — สะพาน ท่าเทียบเรือ อาคารจอดรถ โรงพยาบาล และโรงงานอุตสาหกรรม

SmartZinc Z+ Embedded Galvanic Zinc Anode
Corrosion Protection for Reinforced Concrete Structures

ระบบป้องกันการกัดกร่อนของเหล็กเสริมในคอนกรีต ออกแบบโดยวิศวกรด้านการกัดกร่อน ครบวงจรตั้งแต่ออกแบบจนถึงตรวจรับ

SCROLL
  • ✓ปกป้องเหล็กเสริมภายในคอนกรีต Protect reinforced steel inside concrete
  • ✓ออกแบบโดยวิศวกรด้านการกัดกร่อน Designed by corrosion engineers
  • ✓ผ่านมาตรฐาน มอก. 3029-2563 · ASTM B418 Type II · ISO 12696
  • ✓บริการวิศวกรรมครบวงจรจากผู้ผลิตเดียว One-stop engineering solution
✔ TIS 3029-2563 ใบอนุญาต 8496-3/3029 ⚙ ASTM B418 Type II Zinc Anode ◎ ISO 12696:2012 Cathodic Protection of Steel in Concrete ⚡ ≥100 mV Polarization Decay / 24h 🛡 pH ≥ 14 High-Alkali Mortar Encapsulation 👷 27+ YEARS Concrete Repair & Strengthening 📋 QC / AS-BUILT Full Documentation Package

ซ่อมผิวอย่างเดียว
ไม่ได้ควบคุมการกัดกร่อนที่ต้นเหตุ

การสกัดและฉาบปิดเฉพาะจุดที่เสียหาย ทำให้บริเวณรอบงานซ่อมกลายเป็นแอโนดใหม่ (Ring Anode Effect / Incipient Anode) เหล็กเสริมรอบขอบงานซ่อมจึงกัดกร่อนเร็วขึ้นและกลับมาแตกร้าวซ้ำภายในไม่กี่ปี การติดตั้ง SmartZinc Z+ ร่วมกับงานซ่อมจึงเป็นการแก้ที่ต้นเหตุทางไฟฟ้าเคมี ไม่ใช่แค่ปิดผิว

ก่อนซ่อม: สกัดคอนกรีตเสื่อมสภาพออกจนเห็นเหล็กเสริมที่เป็นสนิม พร้อมติดตั้งก้อน SmartZinc Z+
หลังซ่อม: ปิดทับด้วยมอร์ต้าร์ซ่อมโครงสร้าง ผิวเสากลับมาสมบูรณ์
BEFORE AFTER

ลากเพื่อเปรียบเทียบ · DRAG TO COMPARE

โครงการหมู่บ้านพิมทอง — เสาต้นเดียวกัน ก่อนสกัดซ่อม / หลังติดตั้ง SmartZinc Z+ และปิดทับ

การกลับมาแตกร้าวซ้ำรอบงานซ่อมเสี่ยงสูงควบคุมได้
Ring Anode Effectเกิดขึ้นลดลงอย่างมาก
อายุงานซ่อมโดยประมาณ3–5 ปี10–30 ปี
ต้นทุนตลอดอายุโครงสร้างสูงต่ำกว่า

* อายุการใช้งานเป็นค่าออกแบบ ขึ้นอยู่กับรุ่น จำนวนก้อน ระยะติดตั้ง สภาพแวดล้อม ปริมาณเหล็กเสริม และรายการคำนวณของวิศวกร

โครงสร้างคอนกรีตไม่ได้พังเพราะคอนกรีต
แต่พังเพราะ เหล็กเสริมข้างในเป็นสนิม

การกัดกร่อนของเหล็กเสริมคือสาเหตุอันดับหนึ่งของความเสียหายในโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก และเป็นความเสียหายที่มองไม่เห็นจนกระทั่งคอนกรีตเริ่มแตกร้าว ซึ่งเป็นช่วงที่ต้นทุนการซ่อมสูงที่สุด

0×ปริมาตรสนิมที่ขยายตัวมากกว่าเนื้อเหล็กเดิม จนดันคอนกรีตให้แตกร้าว
0%ของความเสียหายในโครงสร้าง RC มีสาเหตุเชื่อมโยงกับการกัดกร่อนของเหล็กเสริม
0×ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเมื่อปล่อยให้เสียหายลุกลามก่อนเริ่มซ่อม (Law of Fives)
คอนกรีตกะเทาะหลุดร่อนจนเห็นเหล็กเสริมเป็นสนิมภายใน P—01

Concrete Spalling
เมื่อคอนกรีตหลุดร่อน ปัญหาไม่ได้อยู่แค่ผิว

สนิมที่เกิดภายในเหล็กเสริมจะขยายตัว ดันคอนกรีตให้แตกร้าวและหลุดร่อน ส่งผลต่อความแข็งแรง ความปลอดภัย และอายุการใช้งานของโครงสร้าง

SmartZinc Z+ ป้องกันการกัดกร่อนจากภายใน ก่อนความเสียหายจะลุกลาม

สนิมของเหล็กเสริมขยายตัวจนดันคอนกรีตให้แตกร้าว P—02

Rust Expansion
The Hidden Cause of Concrete Spalling

การขยายตัวของสนิมในเหล็กเสริมเป็นสาเหตุสำคัญของการแตกร้าวและ Concrete Spalling ซึ่งเร่งการกัดกร่อน ลดอายุการใช้งาน และเพิ่มค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา

คลอไรด์จากน้ำทะเลและสารเคมีแทรกซึมเข้าสู่เนื้อคอนกรีต P—03

Chloride Attack
ภัยเงียบที่เร่งการกัดกร่อนของเหล็กเสริม

คลอไรด์จากทะเล น้ำเค็ม และสภาพแวดล้อมที่มีเกลือ สามารถแทรกซึมเข้าสู่คอนกรีต ทำลายชั้นป้องกันของเหล็กเสริม และเร่งการเกิดสนิมจากภายในโครงสร้าง

คาร์บอเนชันทำให้ค่า pH ของคอนกรีตลดลงและทำลายฟิล์มพาสซีฟ P—04

Carbonation
ภัยเงียบที่ลดการปกป้องเหล็กเสริม

ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) ค่อย ๆ แทรกซึมเข้าสู่คอนกรีต ลดความเป็นด่างของเนื้อคอนกรีต ทำให้เหล็กเสริมสูญเสียชั้นป้องกันและเริ่มเกิดการกัดกร่อนจากภายใน

โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กในสภาพแวดล้อมทางทะเล P—05

Marine Environment
ปกป้องโครงสร้าง…ก่อนการกัดกร่อนจะเริ่มต้น

โครงสร้างในพื้นที่ชายฝั่ง ท่าเรือ และทะเล ต้องเผชิญกับคลอไรด์ ความชื้น และไอทะเลตลอดเวลา ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่เร่งการกัดกร่อนของเหล็กเสริม และลดอายุการใช้งานของโครงสร้าง

พื้นและคานอาคารจอดรถที่เกิดการกัดกร่อนของเหล็กเสริม P—06

Parking Structure
ปกป้องอาคารจอดรถ…ก่อนการกัดกร่อนจะเริ่มต้น

อาคารจอดรถต้องเผชิญกับ ความชื้น คลอไรด์ และรอยแตกร้าว จากการใช้งานทุกวัน ซึ่งเร่งการเกิด Rebar Corrosion, Concrete Spalling และลดอายุการใช้งานของโครงสร้าง หากไม่ได้รับการป้องกันตั้งแต่ต้น

โครงสร้างคอนกรีตในระบบบำบัดน้ำและถังเก็บน้ำ P—07

Water Treatment
ปกป้องโครงสร้าง…ในสภาพแวดล้อมที่กัดกร่อนสูง

โครงสร้างคอนกรีตในระบบบำบัดน้ำเสียต้องเผชิญกับ ความชื้น สารเคมี และการกัดกร่อน อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเร่งการเกิด Rebar Corrosion, Concrete Deterioration และลดอายุการใช้งานของโครงสร้าง หากไม่ได้รับการป้องกันตั้งแต่ต้น

พื้นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กที่เกิดความเสียหายจากการกัดกร่อน P—08

Bridge Deck
ปกป้องสะพาน…ก่อนการกัดกร่อนจะลดอายุการใช้งาน

พื้นสะพานต้องเผชิญกับ ความชื้น คลอไรด์ และสภาพอากาศ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเร่งการเกิด Rebar Corrosion, Concrete Spalling และลดความทนทานของโครงสร้าง หากไม่ได้รับการป้องกันตั้งแต่ต้น

01 · CORROSION MECHANISM

เหล็กเสริมในคอนกรีตเกิดสนิมได้อย่างไร

ในสภาวะปกติ คอนกรีตมีความเป็นด่างสูง (pH ราว 12–13) ทำให้เกิด ฟิล์มพาสซีฟ (Passive Film) บาง ๆ เคลือบผิวเหล็กเสริมไว้ เหล็กจึงไม่เกิดสนิมแม้อยู่ในความชื้น ฟิล์มนี้คือเกราะป้องกันตามธรรมชาติของโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก

เกราะนี้ถูกทำลายได้ 2 ทางหลัก คือ คลอไรด์แทรกซึม (Chloride Attack) จากน้ำทะเล ไอเกลือ หรือสารเคมี จนความเข้มข้นที่ผิวเหล็กถึงระดับวิกฤต และ คาร์บอเนชัน (Carbonation) ที่ CO₂ ทำปฏิกิริยากับด่างในคอนกรีตจน pH ลดต่ำกว่า 9 เมื่อฟิล์มพาสซีฟหายไป ผิวเหล็กบางจุดจะกลายเป็น แอโนด ที่ปล่อยอิเล็กตรอน ส่วนบริเวณข้างเคียงกลายเป็น แคโทด เกิดเป็นเซลล์กัดกร่อนขึ้นภายในเนื้อคอนกรีต

CONCRETE · pH 12–13 REINFORCING STEEL ANODE Fe → Fe²⁺ CATHODE CATHODE Cl⁻ / CO₂ INGRESS e⁻ FLOW THROUGH STEEL · IONS THROUGH CONCRETE PORE SOLUTION
Fig 1 — Corrosion Cell in Reinforced Concrete
Anode: Fe → Fe²⁺ + 2e⁻   |   Cathode: ½O₂ + H₂O + 2e⁻ → 2OH⁻
02 · RUST EXPANSION

ทำไมสนิมทำให้คอนกรีตแตกร้าวและหลุดร่อน

ผลิตภัณฑ์จากการกัดกร่อน (Iron Oxide / Hydroxide) มีปริมาตรมากกว่าเนื้อเหล็กเดิม ประมาณ 2 ถึง 6 เท่า ขึ้นกับชนิดของสนิมที่เกิดขึ้น การขยายตัวนี้เกิดภายในเนื้อคอนกรีตที่ถูกจำกัดปริมาตร จึงสร้างแรงดันภายในสูงมาก

เนื่องจากคอนกรีตรับแรงดึงได้เพียงราว 10% ของกำลังรับแรงอัด แรงดันจากสนิมจึงทำให้เกิด รอยแตกตามแนวเหล็ก (Cracking) → การแยกชั้น (Delamination) → คอนกรีตกะเทาะหลุด (Spalling) ตามลำดับ พร้อมกันนั้นพื้นที่หน้าตัดของเหล็กเสริมก็ลดลง ทำให้กำลังรับน้ำหนักและความปลอดภัยของโครงสร้างลดลงตามไปด้วย

RELATIVE VOLUME Fe · 1× FeO · 2× Fe(OH)₃ · ~4× HYDRATED · ~6× EXPANSIVE PRESSURE → CRACK → DELAMINATION → SPALLING
Fig 2 — Relative Volume of Corrosion Products
03 · CATHODIC PROTECTION

Cathodic Protection คืออะไร

Cathodic Protection (CP) คือหลักการควบคุมการกัดกร่อน โดยทำให้โลหะที่ต้องการปกป้องทำหน้าที่เป็น แคโทด ทั้งหมด เมื่อเหล็กเสริมเป็นแคโทด ปฏิกิริยาการละลายของเหล็ก (Fe → Fe²⁺) จะถูกระงับ การกัดกร่อนจึงถูกควบคุมแม้คลอไรด์ยังคงอยู่ในเนื้อคอนกรีต นี่คือเหตุผลที่ CP ได้รับการยอมรับในระดับสากลว่าสามารถควบคุมการกัดกร่อนที่เกิดขึ้นแล้วได้ โดยไม่จำเป็นต้องรื้อคอนกรีตที่ปนเปื้อนคลอไรด์ออกทั้งหมด

มาตรฐานสากลที่ใช้ออกแบบระบบ CP สำหรับเหล็กในคอนกรีตคือ ISO 12696:2012 — Cathodic Protection of Steel in Concrete ซึ่งกำหนดเกณฑ์ยืนยันประสิทธิภาพ เช่น ค่า Polarization Decay ≥ 100 mV ภายในระยะเวลาที่กำหนด

  • Galvanic / Sacrificial Anode CP — ใช้ความต่างศักย์ธรรมชาติระหว่างโลหะ ไม่ต้องใช้ไฟฟ้าจากภายนอก ติดตั้งง่าย ดูแลน้อย เหมาะกับงานซ่อมเฉพาะจุดและโครงสร้างทั่วไป
  • Impressed Current CP (ICCP) — ใช้เครื่องจ่ายไฟกระแสตรงภายนอกร่วมกับแอโนดถาวร ให้กระแสสูงและปรับค่าได้ แต่ต้องมีตู้ควบคุม ระบบตรวจวัด และการบำรุงรักษาตลอดอายุการใช้งาน

เป็นเกณฑ์ยืนยันประสิทธิภาพตาม ISO 12696 โดยตัดวงจรระบบป้องกันแล้ววัดการคืนตัวของศักย์ไฟฟ้าที่เหล็กเสริม หากค่าศักย์เปลี่ยนแปลง (decay) ตั้งแต่ 100 mV ขึ้นไปภายในช่วงเวลาที่กำหนด แสดงว่าเหล็กเสริมได้รับการโพลาไรซ์เพียงพอที่จะควบคุมการกัดกร่อนได้จริง โดย SmartZinc Z+ ให้ค่า Polarization Decay มากกว่า 100 mV ภายใน 24 ชั่วโมงตามผลทดสอบ

04 · GALVANIC PROTECTION

Galvanic Protection ทำงานอย่างไร

โลหะแต่ละชนิดมีศักย์ไฟฟ้าตามธรรมชาติต่างกัน เรียงลำดับเป็น Galvanic Series เมื่อนำโลหะสองชนิดที่มีศักย์ต่างกันมาต่อถึงกันในตัวกลางนำไฟฟ้า (ในที่นี้คือสารละลายในรูพรุนของคอนกรีต) โลหะที่มีศักย์ไฟฟ้าลบมากกว่าจะกลายเป็นแอโนดและกัดกร่อนแทน ส่วนโลหะอีกชนิดจะได้รับการปกป้อง

สังกะสีมีศักย์ไฟฟ้าลบมากกว่าเหล็กอย่างชัดเจน เมื่อ SmartZinc Z+ ถูกผูกและเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับเหล็กเสริม สังกะสีจึงสละตัวกัดกร่อนก่อน พร้อมจ่ายกระแสไฟฟ้าป้องกันให้เหล็กเสริมอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องใช้แหล่งจ่ายไฟภายนอกใด ๆ

MORE ACTIVE (ANODIC) MORE NOBLE (CATHODIC) ZINC ≈ −1.05 V STEEL ≈ −0.55 V DRIVING VOLTAGE — NO EXTERNAL POWER REQUIRED
Fig 3 — Galvanic Potential Difference (ค่าโดยประมาณในสภาวะคอนกรีต)
05 · WHY ZINC

ทำไม Zinc Anode จึงเป็นทางเลือกที่วิศวกรนิยมใช้

สังกะสีให้ความต่างศักย์ที่เหมาะสมกับเหล็กในคอนกรีต — มากพอที่จะป้องกันได้จริง แต่ไม่มากเกินไปจนเสี่ยงต่อ Hydrogen Embrittlement ในเหล็กกำลังสูง ต่างจากระบบที่ใช้ไฟฟ้าภายนอกซึ่งต้องควบคุมกระแสอย่างระมัดระวังตลอดเวลา

SmartZinc Z+ หุ้มแกนสังกะสีด้วย ซีเมนต์มอร์ต้าความเป็นด่างสูง pH ≥ 14 ซึ่งรักษาให้สังกะสีอยู่ในสภาวะกัดกร่อนอย่างสม่ำเสมอ (Active) ตลอดอายุการใช้งาน จ่ายกระแสได้ต่อเนื่องและคาดการณ์ได้ ไม่เกิดการเคลือบตัวจนหยุดทำงาน

  • ไม่ต้องเดินระบบไฟฟ้า ไม่ต้องมีตู้ควบคุม และไม่มีค่าไฟตลอดอายุการใช้งาน
  • ติดตั้งไปพร้อมกับงานสกัดซ่อมคอนกรีตได้ทันที ไม่ต้องหยุดใช้งานพื้นที่เป็นเวลานาน
  • ควบคุม Ring Anode Effect บริเวณรอยต่อระหว่างคอนกรีตเดิมกับวัสดุซ่อมได้โดยตรง
  • แทบไม่ต้องบำรุงรักษา เหมาะกับเจ้าของโครงการที่ไม่มีทีมดูแลระบบไฟฟ้าเฉพาะทาง
  • ออกแบบอายุการใช้งานได้ตามน้ำหนักสังกะสีและระยะติดตั้ง คำนวณและตรวจสอบได้ตาม ISO 12696

ปูนซ่อมทั่วไปทำหน้าที่คืนรูปทรงและปิดผิวคอนกรีตเท่านั้น แต่ไม่ได้เปลี่ยนสภาวะไฟฟ้าเคมีของเหล็กเสริม เหล็กรอบบริเวณที่ซ่อมจึงยังคงกัดกร่อนต่อเนื่อง ในขณะที่ SmartZinc Z+ เป็นระบบ Galvanic Cathodic Protection ที่จ่ายกระแสไฟฟ้าป้องกันให้เหล็กเสริมอย่างต่อเนื่องหลังปิดงานซ่อมไปแล้ว

สังกะสีสละตัวก่อน
เพื่อให้เหล็กเสริมอยู่รอด

เลื่อนเพื่อดูกระบวนการทางไฟฟ้าเคมีที่เกิดขึ้นจริงภายในเนื้อคอนกรีต ตั้งแต่วินาทีที่เหล็กเริ่มกัดกร่อน จนถึงการยืนยันผลด้วยเครื่องมือวัดตามมาตรฐาน

Fig. 1 — Galvanic Cathodic Protection วิดีโอสาธิตหลักการทำงาน
STEP 01

Steel begins to corrodeเหล็กเสริมเริ่มกัดกร่อน

เมื่อคลอไรด์หรือคาร์บอเนชันทำลายฟิล์มพาสซีฟ ผิวเหล็กบางจุดกลายเป็นแอโนดและเริ่มปล่อยประจุ เกิดสนิมที่ขยายตัวดันเนื้อคอนกรีตจนแตกร้าว โดยที่ผิวคอนกรีตภายนอกอาจยังดูปกติ

⚠ CORROSION INITIATED · ไม่มีสัญญาณเตือนภายนอก
STEP 02

SmartZinc corrodes firstสังกะสีสละตัวแทนเหล็ก

SmartZinc Z+ ถูกผูกเข้ากับเหล็กเสริมด้วยลวดนำไฟฟ้า 2 เส้น 4 ตำแหน่ง เมื่อวงจรสมบูรณ์ สังกะสีที่มีศักย์ไฟฟ้าลบมากกว่าจะกลายเป็นแอโนดแทน และเริ่มกัดกร่อนตัวเองเพื่อจ่ายกระแสไฟฟ้าให้เหล็กเสริม

⚡ Zn → Zn²⁺ + 2e⁻ · ไม่ต้องใช้ไฟฟ้าภายนอก
STEP 03

Steel remains protectedเหล็กเสริมได้รับการปกป้อง

กระแสไฟฟ้าที่ไหลเข้าสู่เหล็กเสริมทำให้เหล็กทั้งเส้นกลายเป็นแคโทด ปฏิกิริยาการละลายของเหล็กถูกระงับ การกัดกร่อนหยุดลุกลาม พร้อมควบคุม Ring Anode Effect รอบบริเวณงานซ่อมไว้ในรัศมีที่ออกแบบ

🛡 PROTECTION RADIUS ≥ 500 mm ตามผลทดสอบ มอก.
STEP 04

Verified & documentedตรวจวัดยืนยันผลและส่งมอบเอกสาร

วิศวกรตรวจวัดความต่อเนื่องทางไฟฟ้า (< 0.1 Ω) และค่า Polarization Decay เพื่อยืนยันว่าระบบทำงานได้จริงตามเกณฑ์ ISO 12696:2012 พร้อมบันทึกผลลงเอกสาร QC และ As-Built ส่งมอบเจ้าของโครงการ

✓ POLARIZATION DECAY ≥ 100 mV / 24H
0Vไม่ต้องใช้แหล่งจ่ายไฟภายนอก ไม่มีตู้ควบคุมให้ดูแล
≥100mVPolarization Decay ตามเกณฑ์ ISO 12696:2012
≥500mmรัศมีป้องกันขั้นต่ำตามผลทดสอบ มอก. 3029-2563
30ปีอายุการใช้งานออกแบบสูงสุด ขึ้นอยู่กับรุ่น จำนวนก้อน ระยะติดตั้ง สภาพแวดล้อม และรายการคำนวณของวิศวกร

เลือกระบบที่ถูกต้อง
ตั้งแต่วันแรก

4 แนวทางหลักในการควบคุมการกัดกร่อนของเหล็กเสริม วางบนสองปัจจัยที่เจ้าของโครงการตัดสินใจจริง ประสิทธิภาพการป้องกัน และความคุ้มค่าตลอดอายุโครงสร้าง

SWEET SPOT ประสิทธิภาพการป้องกัน ↑ ความคุ้มค่าตลอดอายุโครงสร้าง → Patch Repair Only ซ่อมผิวอย่างเดียว · 3–5 ปี Sacrificial Steel แอโนดสังเวยทั่วไป · 5–15 ปี ICCP ป้องกันสูงสุด · ต้องดูแลตลอดอายุ SmartZinc Z+ Embedded Galvanic Anode
Fig. 2 — System positioning · ตำแหน่งเชิงเปรียบเทียบ
Life Cycle Cost · ต้นทุนตลอดอายุ ลดต้นทุนระยะยาวเมื่อออกแบบและติดตั้งถูกต้อง

จ่ายครั้งเดียวพร้อมงานซ่อม ไม่มีค่าไฟ ไม่มีค่าดูแลระบบ ช่วยลดความถี่ในการซ่อมซ้ำเมื่อเทียบกับการซ่อมผิวอย่างเดียว

✕ซ่อมผิวอย่างเดียว สูงที่สุด จากการซ่อมซ้ำทุก 3–5 ปี · ICCP มีค่าไฟและทีมดูแลตลอดอายุ
Maintenance · ภาระดูแลหลังติดตั้ง แทบไม่ต้องดูแล

ไม่ต้องเดินระบบไฟฟ้า ไม่มีตู้ควบคุม ไม่ต้องมีทีมเฝ้าระบบ ทำงานต่อเนื่องด้วยตัวเอง

✕ICCP ต้องมีวิศวกรไฟฟ้าและการ Monitoring ต่อเนื่อง และหยุดทำงานทันทีเมื่อไฟขัดข้อง
Corrosion Control · การควบคุมการกัดกร่อน คาดการณ์และตรวจสอบได้

จ่ายกระแสกัลวานิกต่อเนื่องในรัศมีที่ออกแบบ ควบคุม Ring Anode Effect และวัดยืนยันผลได้ตาม ISO 12696

✕แอโนดสังเวยทั่วไปควบคุมรัศมีได้ยากและเสี่ยงหยุดจ่ายกระแสจากการเคลือบตัว
RECOMMENDED

SmartZinc Z+

Embedded Galvanic Anode
ต่ำ
Life Cycle Cost
10–30 ปี*Service Life
  • ✓ ไม่ต้องใช้ไฟฟ้า ไม่มีค่าดูแลระบบ
  • ✓ ติดตั้งพร้อมงานซ่อมได้ทันที
  • ✓ ผ่าน มอก. 3029-2563 · ASTM B418

ICCP

Impressed Current CP
ปานกลาง–สูง
Life Cycle Cost
25 ปีขึ้นไปService Life
  • ✓ ควบคุมกระแสได้ละเอียดที่สุด
  • ✕ ต้นทุนติดตั้งสูงมาก
  • ✕ ต้องมีทีมดูแลและค่าไฟตลอดอายุ

Sacrificial Steel

แอโนดสังเวยทั่วไป
ปานกลาง
Life Cycle Cost
5–15 ปีService Life
  • ✓ ต้นทุนเริ่มต้นต่ำ
  • ✕ เสี่ยงหยุดจ่ายกระแสก่อนกำหนด
  • ✕ รัศมีป้องกันคาดการณ์ได้ยาก

Patch Repair Only

ซ่อมผิวอย่างเดียว
สูงที่สุด
Life Cycle Cost
3–5 ปีService Life
  • ✓ เริ่มงานได้เร็ว ต้นทุนต่อครั้งต่ำ
  • ✕ ไม่ได้ควบคุมการกัดกร่อนที่ต้นเหตุ
  • ✕ เกิด Ring Anode Effect รอบงานซ่อม

* อายุการใช้งานเป็นค่าออกแบบ ขึ้นอยู่กับรุ่น จำนวนก้อน ระยะติดตั้ง สภาพแวดล้อม ปริมาณเหล็กเสริม และรายการคำนวณของวิศวกร

Why Leading Infrastructure Projects
Choose SmartZinc Z+

Embedded Galvanic Zinc Anode for Reinforced Concrete Corrosion Protection

Design Service Life
0ปี

Long Service Life

อายุการใช้งานออกแบบสูงสุดถึง 30 ปี ขึ้นอยู่กับรุ่น จำนวนก้อน ระยะติดตั้ง สภาพแวดล้อม ปริมาณเหล็กเสริม และรายการคำนวณของวิศวกรผู้ออกแบบ โดยไม่ต้องเดินระบบไฟฟ้า ไม่มีตู้ควบคุม และแทบไม่ต้องบำรุงรักษาตลอดอายุการใช้งาน

TIS 3029-2563ASTM B418 TYPE IIISO 12696:2012
0mV

Proven Protection

ค่า Polarization Decay มากกว่า 100 mV ภายใน 24 ชั่วโมง ตามเกณฑ์ ISO 12696

0mm

Protection Radius

รัศมีป้องกันขั้นต่ำตามผลทดสอบ มอก. และสูงถึง 1,000 มม. ในรุ่น Z+160G

0+

Years of Experience

ประสบการณ์งานซ่อมและเสริมกำลังโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กมากกว่า 27 ปี

What you get
Corrosion Protectionควบคุมการกัดกร่อนที่ต้นเหตุทางไฟฟ้าเคมี ไม่ใช่แค่ปิดผิว
Engineering Designคำนวณจำนวน ระยะติดตั้ง และอายุการใช้งานโดยวิศวกร ตาม ISO 12696
Reliabilityจ่ายกระแสต่อเนื่อง คาดการณ์ได้ ตรวจสอบยืนยันผลด้วยเครื่องมือวัด
TIS Complianceผ่านมาตรฐาน มอก. 3029-2563 ใบอนุญาตเลขที่ 8496-3/3029
ASTM Complianceใช้สังกะสีตามมาตรฐาน ASTM B418 Type II เกรดสำหรับงานแอโนดโดยเฉพาะ
Lower Owner Costลดจำนวนครั้งของการซ่อมซ้ำ การปิดพื้นที่ใช้งาน และค่าเสียโอกาส
Lower Life Cycle Costต้นทุนตลอดอายุโครงสร้างต่ำกว่าการซ่อมผิวซ้ำและระบบที่ต้องดูแลต่อเนื่อง
One-Stop Solutionออกแบบ ผลิต ติดตั้ง ตรวจสอบ และส่งมอบเอกสารครบจากผู้รับผิดชอบเดียว

Engineer's checklistทำไมวิศวกรจึงเลือก SmartZinc Z+?

ปรึกษาวิศวกร →
  • ✓ได้รับการรับรองมาตรฐาน มอก.
  • ✓เทคโนโลยี Embedded Galvanic Zinc Anode
  • ✓ปกป้องเหล็กเสริมจากการกัดกร่อนตั้งแต่ภายในคอนกรีต
  • ✓มีหลายรุ่น รองรับทุกประเภทโครงการ
  • ✓ทีมวิศวกรพร้อมให้คำปรึกษาและออกแบบ
  • ✓บริการครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบจนถึงการติดตั้งและตรวจสอบ
  • ✓ช่วยลดต้นทุนการซ่อมบำรุงตลอดอายุการใช้งานของโครงสร้าง
  • ✓เหมาะสำหรับสะพาน ท่าเรือ อาคารจอดรถ โรงพยาบาล ระบบบำบัดน้ำเสีย โรงงานอุตสาหกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน

เลือกรุ่นที่ใช่
สำหรับโครงสร้างของคุณ

ทุกรุ่นใช้ก้อนซีเมนต์มอร์ต้าด่างสูง pH ≥ 14 ขนาด 65 × 35 มม. (±5) พร้อมลวดนำไฟฟ้า 2 เส้น 4 ตำแหน่ง สลับดูข้อมูลแต่ละรุ่นได้ทันทีโดยไม่ต้องโหลดหน้าใหม่

SmartZinc 100MODEL Z+100G · EMBEDDED GALVANIC ANODE
ทะเล / ชื้นสูง · HIGH HUMIDITY
Working Radius
รัศมีป้องกัน
≥ 800 mm
Concrete Cover
ระยะหุ้มขั้นต่ำ (ค่าประมาณ)
≥ 40 mm
Suitable Area
พื้นที่ครอบคลุม/ก้อน (ค่าประมาณ)
≈ 2.0 ตร.ม.
Zinc Mass
มวลสังกะสี
≥ 100 g

Typical Applications · งานที่เหมาะสม

โรงพยาบาล & อาคารสาธารณะคอนโดริมทะเลถังเก็บน้ำอาคารใกล้ชายฝั่ง

รุ่นที่นิยมใช้มากที่สุด เพราะสมดุลระหว่างรัศมีป้องกัน อายุการใช้งาน และต้นทุน เหมาะกับอาคารที่หยุดใช้งานเพื่อซ่อมซ้ำไม่ได้

ก้อนมอร์ต้าหนา 35 มม. จึงต้องมีระยะหุ้มคอนกรีตหลังติดตั้งไม่น้อยกว่า 40 มม. เพื่อให้ปิดทับได้สมบูรณ์

SECTION Z+ 65 mm 35 mm PLAN · PROTECTION RADIUS R ≥ 800

Concrete Cover และพื้นที่ครอบคลุมต่อก้อนที่แสดงในแต่ละรุ่นเป็นค่าประมาณเพื่อการสื่อสารเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ใช่ค่าที่ใช้แทนการออกแบบจริง ค่าที่ใช้ในการติดตั้งจริงต้องคำนวณและรับรองโดยวิศวกรตาม ISO 12696:2012 ร่วมกับผลสำรวจหน้างาน

รายละเอียดทางเทคนิค Z+60GZ+80G Z+100GZ+130GZ+160G
น้ำหนักสังกะสีบริสุทธิ์≥ 60 g≥ 80 g≥ 100 g≥ 130 g≥ 160 g
น้ำหนักรวมต่อก้อน (โดยประมาณ)≥ 200 g≥ 210 g≥ 220 g≥ 235 g≥ 250 g
รัศมีป้องกันตามผลิตภัณฑ์≥ 600 mm≥ 700 mm≥ 800 mm≥ 900 mm≥ 1000 mm
Polarization Decay / 24 ชม.> 100 mV> 100 mV> 100 mV> 100 mV> 100 mV
ขนาดก้อนมอร์ต้า65 × 35 mm65 × 35 mm65 × 35 mm65 × 35 mm65 × 35 mm
ลวดนำไฟฟ้า2 เส้น / 4 จุด2 เส้น / 4 จุด2 เส้น / 4 จุด2 เส้น / 4 จุด2 เส้น / 4 จุด
บรรจุต่อกล่อง15 ก้อน15 ก้อน15 ก้อน15 ก้อน15 ก้อน
ระดับความเสี่ยงที่แนะนำต่ำปานกลางทะเล / ชื้นสูงสูงรุนแรงที่สุด

* รัศมีป้องกันขั้นต่ำตามเกณฑ์ทดสอบ มอก. 3029-2563 คือ 500 มม. · พื้นที่ครอบคลุมต่อก้อนเป็นค่าประมาณที่คำนวณจากรัศมีป้องกันของแต่ละรุ่น การกำหนดจำนวนก้อน ระยะติดตั้ง และอายุการใช้งานจริง ต้องออกแบบและรับรองโดยวิศวกรตาม ISO 12696:2012 ร่วมกับผลสำรวจหน้างาน

บอกประเภทโครงการ
เราแนะนำรุ่นให้ทันที

ไม่ต้องเปรียบเทียบสเปกเองทีละรุ่น เลือกประเภทโครงสร้างของคุณ ระบบจะแนะนำรุ่นที่เหมาะสมพร้อมเหตุผลทางวิศวกรรมเบื้องต้น สำหรับใช้ตั้งต้นก่อนให้วิศวกรคำนวณจริง

Your Project · โครงการของคุณ

Marine Jetty / ท่าเทียบเรือ

โครงสร้างในโซนน้ำขึ้น–น้ำลงและละอองน้ำทะเล เผชิญคลอไรด์เข้มข้นสูงสุดร่วมกับออกซิเจนและวัฏจักรเปียก–แห้ง เป็นสภาวะที่เร่งการกัดกร่อนรุนแรงที่สุดของงานคอนกรีตเสริมเหล็ก

ระดับความเสี่ยงการกัดกร่อนรุนแรงที่สุด
สภาวะแวดล้อมอ้างอิงXS3 / Splash & Tidal Zone
Recommended · รุ่นที่แนะนำ
SmartZinc 160
สภาวะกัดกร่อนรุนแรงต่อเนื่อง ต้องการกระแสป้องกันสูงและต่อเนื่องยาวนานที่สุด จึงเลือกรุ่นที่มีมวลสังกะสีมากที่สุด
Product CodeZ+160G
Working Radius≥ 1000 mm
Zinc Mass≥ 160 g
StandardTIS 3029-2563
ให้วิศวกรยืนยันการเลือกรุ่น →

คำแนะนำนี้เป็นการประเมินเบื้องต้นจากประเภทโครงสร้าง · การเลือกรุ่นและจำนวนที่ใช้จริงต้องคำนวณตาม ISO 12696:2012 จากผลสำรวจหน้างาน

13 ขั้นตอน
ที่ควบคุมได้ทุกจุด

งานป้องกันการกัดกร่อนไม่ใช่แค่การฝังก้อนสังกะสีลงในคอนกรีต แต่คือกระบวนการทางวิศวกรรมที่ต้องตรวจวัด บันทึก และยืนยันผลได้ทุกขั้นตอน เลือกเฟสเพื่อดูขั้นตอนและเกณฑ์ตรวจสอบ

AssessmentEngineering DesignCertified InstallationVerification
ทีมช่างติดตั้ง SmartZinc Z+ ในชั้นเหล็กเสริมพื้นท่าเทียบเรือ
Certified Installation Team

ทีมช่างที่ผ่านการฝึกอบรม ทำงานภายใต้การควบคุมของวิศวกร ตั้งแต่สำรวจหน้างานจนถึงส่งมอบเอกสาร

01

สำรวจหน้างานและประเมินการกัดกร่อน

SITE SURVEY & CORROSION ASSESSMENT
✓บันทึกภาพและผังตำแหน่งความเสียหาย
02

วัดศักย์ไฟฟ้าครึ่งเซลล์

HALF-CELL POTENTIAL SURVEY
✓วัดเป็นกริดตามระยะที่กำหนดในแผนงาน
03

ทดสอบความต้านทานไฟฟ้าและความชื้นคอนกรีต

CONCRETE RESISTIVITY & MOISTURE TEST
✓วัด Resistivity ด้วยวิธี Four-Probe
04

ออกแบบระบบและคำนวณตาม ISO 12696

ENGINEERING DESIGN & CALCULATION
✓คำนวณตาม ISO 12696:2012
05

จัดทำแบบติดตั้งและ Method Statement

SHOP DRAWING & METHOD STATEMENT
✓Shop Drawing ระบุตำแหน่งทุกก้อน
06

กำหนดตำแหน่งและสกัดคอนกรีตที่เสื่อมสภาพ

MARKING & CONCRETE REMOVAL
✓สกัดจนถึงคอนกรีตที่สมบูรณ์
07

ทำความสะอาดผิวเหล็กเสริม

REBAR CLEANING & SURFACE PREPARATION
✓ขัดด้วยเครื่องมือกลตามข้อกำหนด
08

ตรวจความต่อเนื่องทางไฟฟ้าของเหล็กเสริม

CONTINUITY TEST
✓เกณฑ์ยอมรับ < 0.1 Ω
09

ติดตั้งก้อน SmartZinc Z+

ANODE INSTALLATION
✓ตำแหน่งและระยะตามแบบที่อนุมัติ
10

เชื่อมต่อลวดนำไฟฟ้ากับเหล็กเสริม

WIRE CONNECTION & TYING
✓เชื่อมต่อ 2 เส้น 4 จุดต่อก้อน
11

ปิดซ่อมด้วยวัสดุซ่อมโครงสร้าง

REPAIR MORTAR / NON-SHRINK GROUT
✓เลือกวัสดุที่เข้ากันได้กับระบบ CP
12

บ่มคอนกรีตและวัดศักย์ไฟฟ้าหลังติดตั้ง

CURING & POTENTIAL MEASUREMENT
✓บ่มตามระยะเวลาที่วัสดุกำหนด
13

จัดทำเอกสาร QC และส่งมอบ As-Built

QC DOCUMENTATION & AS-BUILT HANDOVER
✓บันทึก QC ครบทุกจุดติดตั้ง

ต้องการ Method Statement และ Inspection & Test Plan ฉบับเต็มสำหรับโครงการของคุณ?

ขอ Method Statement ฉบับเต็ม →

ระบบที่ดี
ต้องพิสูจน์ได้ด้วยตัวเลข

เราไม่ได้บอกว่าระบบทำงาน — เราวัดค่าให้ดู ทั้งก่อนและหลังการติดตั้ง ตามเกณฑ์มาตรฐานสากล พร้อมส่งมอบผลการตรวจวัดที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ทุกจุด

LIVE READING Half-Cell Potential · ก่อน / หลังติดตั้ง ISO 12696:2012 · ASTM C876
CORROSION THRESHOLD · -350 mV BEFORE AFTER · SmartZinc Z+
Polarization Decay 118mV ✓ PASS · เกณฑ์ ≥ 100 mV / 24H
Continuity Resistance 0.04Ω ✓ PASS · เกณฑ์ < 0.1 Ω
Protection Radius 520mm ✓ PASS · เกณฑ์ ≥ 500 mm
100%ของจุดติดตั้งถูกวัดและบันทึกผล
Before / Afterวัดเปรียบเทียบทุกโครงการ
ISO 12696เกณฑ์ยืนยันผลระดับสากล
QC · As-Builtตรวจสอบย้อนกลับได้ตลอดอายุ

ผลงานจริง
ในทุกประเภทโครงสร้าง

ตั้งแต่ท่าเทียบเรือริมทะเล โครงสร้างเหนือคลอง ถังคอนกรีตในโรงงาน ไปจนถึงโครงสร้างที่สัมผัสน้ำตลอดเวลา คลิกที่โครงการเพื่อดูโจทย์ แนวทางแก้ไข และภาพหน้างานจริง

โครงสร้างที่ต้องการ
การป้องกันตั้งแต่วันนี้

สะพานคอนกรีตเสริมเหล็กและทางยกระดับในเขตเมือง
A—01

Bridges & Infrastructure
สะพาน & โครงสร้างพื้นฐาน

พื้นสะพาน คานขวาง เสาตอม่อ และโครงสร้างที่รับแรงสั่นสะเทือนร่วมกับความชื้นและคลอไรด์ตลอดเวลา

ท่าเทียบเรือและโครงสร้างคอนกรีตริมทะเล
A—02

Marine & Pier Structures
ท่าเรือ & โครงสร้างชายทะเล

Jetty, Wharf, Pier และเสาเข็มในโซนน้ำขึ้น–น้ำลง ซึ่งเป็นสภาวะกัดกร่อนที่รุนแรงที่สุดสำหรับเหล็กเสริม

อาคารจอดรถคอนกรีตเสริมเหล็กหลายชั้น
A—03

Parking Structures
อาคารจอดรถ & ทางลาด

พื้น คาน และทางลาดที่สัมผัสน้ำจากยางรถ สารเคมีล้างพื้น และความชื้นสะสมอย่างต่อเนื่อง

อาคารโรงพยาบาลและอาคารสาธารณะคอนกรีตเสริมเหล็ก
A—04

Hospitals & Public Buildings
โรงพยาบาล & อาคารสาธารณะ

อาคารที่หยุดใช้งานไม่ได้ ต้องการงานซ่อมที่ช่วยลดความเสี่ยงในการต้องกลับมารบกวนผู้ใช้อาคารซ้ำในระยะยาว

โรงงานอุตสาหกรรมและถังเก็บสารในไลน์ผลิต
A—05

Industrial Plants
โรงงานอุตสาหกรรม

พื้นที่ที่มีสารเคมี ไอกรด น้ำเสีย Cooling Tower และโครงสร้างรองรับเครื่องจักรที่ต้องการความต่อเนื่องในการผลิต

โรงบำบัดน้ำ บ่อตกตะกอนและถังเก็บน้ำคอนกรีต
A—06

Water Treatment
โรงบำบัดน้ำ & ถังเก็บน้ำ

บ่อบำบัด ถังน้ำ และโครงสร้างที่สัมผัสน้ำถาวรหรือวัฏจักรเปียก–แห้งสลับตลอดเวลา

เขื่อนคอนกรีตและอ่างเก็บน้ำ
A—07

Dams & Reservoirs
เขื่อน & อ่างเก็บน้ำ

โครงสร้างชลประทานที่ต้องการอายุการใช้งานยาวนาน และเข้าถึงเพื่อซ่อมบำรุงได้ยาก

งานสกัดซ่อมคอนกรีตและติดตั้งก้อน SmartZinc Z+ กับเหล็กเสริม
A—08

Concrete Repair Works
งานซ่อมโครงสร้าง RC ทั่วไป

ติดตั้งร่วมกับงานสกัดซ่อม เพื่อป้องกัน Ring Anode Effect และยืดอายุงานซ่อมให้ยาวนานขึ้นหลายเท่า

พันธมิตรทางวิศวกรรม
ไม่ใช่แค่ผู้ขายสินค้า

Smart & Bright ทำงานกับโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กมากว่า 27 ปี ครอบคลุมงาน Concrete Repair, Epoxy Injection, Corrosion Control, Waterproofing และ FRP/CFRP Strengthening เราจึงเข้าใจปัญหาตั้งแต่สาเหตุเชิงลึก ไปจนถึงข้อจำกัดหน้างานจริงและเงื่อนไขการตรวจรับของเจ้าของโครงการ

✔ Engineer Review✔ Site Assessment✔ Design Calculation ✔ Project QC✔ As-Built Document✔ After-Sales Support
0+ปีประสบการณ์งานซ่อมและเสริมกำลังโครงสร้าง
มอก.ผู้ผลิตที่ได้รับใบอนุญาต มอก.3029-2563 เลขที่ 8496-3/3029
ISOออกแบบระบบตาม ISO 12696:2012
0รุ่นผลิตภัณฑ์ ครอบคลุมทุกระดับความเสี่ยง

เอกสารครบ
พร้อมยื่นประมูล
และพร้อมตรวจรับ

เราจัดเตรียมชุดเอกสารทางวิศวกรรมครบถ้วน เพื่อให้เจ้าของโครงการ ที่ปรึกษา และผู้รับเหมาหลัก ตรวจสอบและตรวจรับงานได้อย่างมั่นใจ ทั้งงานภาครัฐและเอกชน

เอกสารในชุด6 รายการ
ใช้ได้กับงานภาครัฐ & เอกชน
  • ✓ ใบรับรองมาตรฐาน มอก. 3029-2563 (ใบอนุญาต 8496-3/3029)
  • ✓ เอกสารอ้างอิงมาตรฐาน ISO 12696:2012 และ ASTM B418 Type II
  • ✓ รายการคำนวณและแบบติดตั้งรับรองโดยวิศวกร
  • ✓ Method Statement และ Inspection & Test Plan
  • ✓ บันทึกผล QC พร้อมภาพถ่ายก่อน–ระหว่าง–หลังติดตั้ง
  • ✓ As-Built Drawing และรายงานผลการตรวจวัดหลังติดตั้ง
มอก.
3029
2563

Certified Manufacturer

LICENSE NO. 8496-3/3029
ASTM B418 TYPE II ZINC
DESIGN TO ISO 12696:2012

ขอชุดเอกสารสำหรับประมูล → โทรคุยกับวิศวกร

คำถามที่วิศวกรถามบ่อย

ระบบ Galvanic Cathodic Protection ทำงานโดยเปลี่ยนสภาวะทางไฟฟ้าเคมีของเหล็กเสริมให้เป็นแคโทด ซึ่งควบคุมอัตราการกัดกร่อนที่กำลังดำเนินอยู่ได้ในบริเวณที่ออกแบบไว้ สนิมที่เกิดขึ้นแล้วจะไม่หายไป แต่การลุกลามจะถูกควบคุม จึงต้องใช้ร่วมกับการสกัดซ่อมคอนกรีตที่เสียหายและทำความสะอาดผิวเหล็กตามขั้นตอนที่ถูกต้อง

เมื่อสกัดซ่อมเฉพาะจุด คอนกรีตใหม่บริเวณที่ซ่อมจะมีสภาวะต่างจากคอนกรีตเดิมที่ปนเปื้อนคลอไรด์รอบข้าง ทำให้เหล็กเสริมบริเวณขอบรอยต่อกลายเป็นแอโนดใหม่ (Incipient / Ring Anode) และกัดกร่อนเร็วขึ้นจนแตกร้าวซ้ำ การติดตั้ง SmartZinc Z+ ตามแนวขอบงานซ่อมจะจ่ายกระแสป้องกันให้เหล็กบริเวณนั้นโดยตรง จึงลดความเสี่ยงของปรากฏการณ์นี้ได้อย่างมีนัยสำคัญ

ขึ้นกับระดับการกัดกร่อน ความหนาแน่นของเหล็กเสริม ปริมาณคลอไรด์ ความชื้น และอายุการใช้งานที่ต้องการ พื้นที่ชายทะเลหรือโครงสร้างที่เปียกชื้นต่อเนื่องมักใช้รุ่น Z+100G ขึ้นไป ทีมวิศวกรจะคำนวณ Steel Density Ratio และกำหนดระยะติดตั้งให้ตาม ISO 12696:2012 จากข้อมูลหน้างานจริง

ไม่ต้อง ระบบ Galvanic ทำงานด้วยความต่างศักย์ธรรมชาติระหว่างสังกะสีกับเหล็ก จึงไม่ต้องใช้แหล่งจ่ายไฟภายนอก ไม่มีตู้ควบคุม ไม่มีค่าไฟ และแทบไม่ต้องบำรุงรักษา ต่างจากระบบ ICCP ที่ต้องมีทีมดูแลและตรวจวัดต่อเนื่องตลอดอายุการใช้งาน

ให้บริการครบวงจร ทั้ง Design · Supply · Installation · Inspection เราจำหน่ายก้อน SmartZinc Z+ พร้อมทีมวิศวกรออกแบบและทีมช่างที่ผ่านการฝึกอบรม ครอบคลุมตั้งแต่สำรวจหน้างาน ออกแบบระบบ ติดตั้ง ตรวจวัดความต่อเนื่องทางไฟฟ้า จนถึงส่งมอบเอกสาร QC และ As-Built

ออกแบบได้ตั้งแต่ 10–30 ปี ขึ้นอยู่กับรุ่นที่เลือก จำนวนก้อนและระยะติดตั้ง สภาพแวดล้อมของโครงสร้าง ความหนาแน่นของเหล็กเสริมที่ต้องปกป้อง ความต้านทานไฟฟ้าของคอนกรีต และกระแสป้องกันที่ต้องการตามระดับความเสี่ยง ไม่ใช่ค่าคงที่ตายตัวสำหรับทุกโครงการ วิศวกรผู้ออกแบบจะระบุอายุการใช้งานที่คาดการณ์ไว้ในรายการคำนวณที่ส่งมอบให้เจ้าของโครงการ

รองรับเต็มรูปแบบ ทั้งใบรับรอง มอก. 3029-2563, เอกสารอ้างอิง ASTM B418 Type II และ ISO 12696:2012, รายการคำนวณรับรองโดยวิศวกร, Method Statement, Inspection & Test Plan, บันทึกผล QC และ As-Built Drawing ติดต่อทีมเทคนิคเพื่อขอชุดเอกสารสำหรับยื่นประมูลได้โดยตรง

คุยกับวิศวกร
ด้านการกัดกร่อน
ก่อนตัดสินใจ

ส่งข้อมูลโครงสร้างและภาพความเสียหายให้เรา ทีมวิศวกร Smart & Bright จะช่วยประเมินระดับความเสี่ยง เลือกรุ่นที่เหมาะสม คำนวณจำนวนติดตั้ง และจัดทำข้อเสนอพร้อมเอกสารสำหรับตรวจรับ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในขั้นตอนการประเมินเบื้องต้น

RESPONSE WITHIN 1 BUSINESS DAY · BANGKOK, THAILAND

📞Phone / โทรปรึกษา088-791 4494 💬LINE Official@smartcoating 🌐Websitesmartcoating.com
🏭CompanySmart & Bright Co., Ltd.
📋ServicesDesign · Supply · Installation · Inspection